Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Bang64

Pages: [1] 2
1


จริงๆแล้วเลือกไม่ถูกเลยละ แต่คิดว่าตัวนี้น่าจะเข้าแก๊บสุดแล้ว นักล่าค่าหัวแห่งจักรวาลDC ยังไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าจะมีเวลาทำจนเสร็จหรือเปล่า เพราะงานเยอะมากมาย แต่คิดว่าคงจะดินเยื่อกระดาษหรือ Super Sculpeyม้วนเดียวจบไปเลย ตัวนี้น่าโอ อาวุธจุกจิกเยอะดี เปิดทางให้ทำอะไรได้เยอะ ฐานก็น่าจะสนุก จะได้ทำเป็นภูเขาศพกองๆ

2
ตามหัวข้อเลยครับ ตอนนี้ผมมีโปรเจคที่จะให้นักเรียนจบงานด้วยการใช้ดินสิงโตปั้นคาแรคเตอร์ ผมเลยเกิดข้อสงสัยมาว่าเราจะสามารถfinishงานด้วยการใช้สเปรย์สีเทาพ่นได้ไหม เอาแบบสเปรย์กระป๋องทั่วไป หรือรองพื้นเทาของทามิย่ามันจะกัดผิวรายละเอียดย่อยไปเลยไหม หรือถ้าใช้สีอคลิลิคทาหรือพ่นจะได้ไหมครับ เท่าที่ผมรู้คือChavant NSPนี่พ่นอคลิลคได้ แต่ดินไทยนี่ผมยังไม่เคยลอง เลยมาสอบถามกับพี่ๆน้องในนี่ว่าใครเคยมีประสบการณ์บ้างไหม ขอบคุณครับ

3
วันนี้วันเสาร์ เจ้าของบ้านเช่าผมเค้าเปิดบ้านให้คนเข้ามาดูห้องว่างครับ ผมรำคาญคนประกอบกับไม่มีงานด่วนอะไรเลยออกจากบ้านไปซะเลย ว่าจะไปยืนอ่านการ์ตูนฟรีในร้านการ์ตูนแต่ไปๆมาๆ เอาวะ ไปไกลๆซะหน่อยวันนี้ เลยนั่งรถไฟลอดอ่าวไป East Bay เมืองข้างๆชื่อ Emeryville ที่เป็นที่ตั้งของสตูดิโอPixar  ที่นี้ก็ประกอบกับว่าเคยได้ยินเสียงเล่าลือของร้านขายของเล่นของสะสมลึกลับแห่งนึง ชื่อ 'Kimono My House' ซึ่งอาร์ตมาก เปิดเฉพาะวันเสาร์ บ่ายโมงถึงบ่ายห้า ไม่ใช่ร้านด้วยซ้ำไปเป็นบ้าน+โกดังWarehouse มองจากข้างนอกไม่รู้เลยว่าเป็นอะไร พอเข้าไปนี่อะโห  แหล่งรวมของดักแก่ชัดๆ ของเล่นญี่ปุ่นคลาสสิค โมเดลคิทของแท้ หนังสือโมเดลเก่าๆมีหมด แต่ก็ไม่ถูกเป็นขี้นะ ราคาแฟร์ๆระดับนักสะสมจริงๆ มีถูกบ้างแพงบ้างปนๆกันไป (โดยมากจะแพง) 

ผมเดินดูไปคุยกับคนในร้านไป  เจ้าของร้านเป็นป้าแก่ๆครับ เค้าเล่าว่าเค้าเนี่ยรู้จักสนิทสนมกับร้านFewture Modelsตั้งแต่เริ่มจะก่อตั้งเป็นร้านเล็กๆมีห้องข้างหลังเป็นที่ผลิดที่สุมหัวกัน  เจ้าของแกชื่อ Susan Horn ซึ่งเค้าก็คุยว่าเนี่ย เคยดูGodzilla ภาคVS. Biolante จำได้ไหมว่าจะมีฉากนึงที่มีนักข่าวอเมริกันรายงานข่าวแล้วนักข่าวคนนั้นใช้ชื่อSusan Horn เพื่อเป็นการขอบคุณเค้า อะไรทำนองนี้

ร้านนี้จัดว่าเจ๋ง บรรยากาศกันเองดี ของเยอะมากมาย ใครสะสมแนวนี้มาคงกรี๊ด ผมก็ได้อะไรติดมือมาไม่เสียเที่ยว

ไม่รู้จะเล่าอะไรต่อดี ผมไม่ได้ฮาร์ดคอร์ของเล่นญี่ปุ่นมาก เชิญชมรูปเลยแล้วกันครับ























































































อาห์  โมเดลคิท  ส่วนมากที่เห็นจะเป็นของบิลลิเคนยุค90's ซึ่งตั่งราคาไวแพงโขทีเดียว ผมเลยไม่ได้สอยมา ยังพอหาได้ถูกกว่านี้ครับ





คนเหล็ก





จากแบทแมนภาคแรก



โรโบคอป




และ.....ไฮไลท์ของผมวันนี้   เสียเงินโดยไม่ได้ตั้งใจอีกแล้วจร้าาาาาา



FEWTURE MODELS

NIRASAWA's DEVIL-MAN
  โว้วววววววว เจอโดยมิได้คาดหมาย First release ด้วยวุ้ย  ไม่ใช่ชุด Neo Generation ที่ออกมาตอนหลังแล้วรายละเอียดด้อยกว่า คลาสสสสสิค ควักตังโดยไม่ยั้งคิด คอเลคชั่นของผมงอกมาอีกชิ้นให้เป็นภาระอีกแล้ว  เก็บไว้ดูเป็นรีเสิร์จครับ ไม่เคยได้ต่อเลย ถ้าอยากจะดูกันจะเปิดกล่องถ่ายรูปมาลงให้นะครับ

ผมเห็นแล้วละ ว่ามี Max Factory Devilman โดย Takayuki Takeya ด้วย แต่ตัวนี้ผมเพิ่งได้มาจาก Ebayราคาแค่1/3ของที่ขายที่นี่ แต่ไม่มีกล่อง ไว้ถ้ากลับมาแล้วยังไม่หายไปผมจะมาสอยแล้วต่ออีกตัว

4
แหม นานๆทีจะได้ใช้บริการห้องนี้ทีนึง ลองเช็คดูในนานาเทคนิคกับกระทู้คำถามเก่าๆแล้วไม่เจอคำตอบ

จะพยายามถามแบบละเอียดหน่อยนะครับ ถือว่าเป็นการเล่าแชร์ประสบการณ์ความพลาดกันด้วย

ตอนนี้ผมเริ่มตัดงานZM3 ของผมแล้วและเริ่มทำพิมพ์ไปบางส่วน วัสดุที่ผมใช้คือดินChavant NSP พูดง่ายๆก็ดินนน้ำมันแบบไม่มีซัลเฟอร์ผสมเพื่อไม่ให้มันไปเกิดปฎิกิริยากับยางซิลิโคน ไม่ให้มันเซ็ตตัว
ผมใช้ platinum Silicone แบบผสม 1:1 ที่ผ่านมาสองสามชิ้นทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ เซ้ตตัวถูกต้องดีงามตามเวลา ไม่มีฟองเพราะใช้Vaccum chamber แล้วเอาไปลงอัดpressure pot

แต่อีชิ้นที่ทำเมื่อวันก่อนเนี่ย เน่า หายนะ ชิ้นนี้คือส่วนแขนซ้ายครับ ทำพิมพ์แบบพิมพ์ประกบ(น่าจะเรียกอย่างนี้ใช่ไหม) Box mold ธรรมดาๆ ปะดินเหนียวไปรอบๆชิ้นงาน กันกำแพง เทซิลิโคน รอแห้ง เอาดินรอบๆชิ้นออก เทซิลีโคนอีกด้าน ง่ายๆชิลๆตามตำราใช่ไหม ทำชิ้นอื่นสำเร็จตามปรกติและหล่อเรซิ่นออกมาแล้วด้วย
 
ทำแบบนี้ตามรูป แต่นี่ไม่ใช่รูปผมนนะครับ

ทีนี้ไอ้ชิ้นที่ทำเนี่ยมันมีปัญหา เทไว้แล้วก็ไปนอนเลย ทิ้งไว้6ชม.มันก็ควรจะเซ็ตตัวแข็งตามปรกติแล้ว นี่ผมกว่าจะมาแกะนี่9ชม.เลยมั้ง ยังไงก็น่าจะโอเคแน่นอน
แล้วอีทีนี้มันเป็นตามรูปนี้ครับ ขอโทษที่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ โมโหเลยแกะทิ้งถังขยะไปแล้ว



ส่วนที่เทไปโดนดินเหนียวนี่มันไม่ยอมแห้งเซ็ตตัวครับ ยังคงเหนียวๆเหนอะหนะประมาณกาวลาเท็กซ์ สังเกตว่าเป็นเฉพาะส่วนที่โดนกับดินเหนียวด้วย ไอ้ตรงที่เอาไปอุดๆไว้ระหว่างแผ่นกำแพงฟิวเจอร์บอร์ดก็เป็น  ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร  คำถามคือ:

1. ความเปียกความชื้นของดินมันมีผลทำให้ซิลิโคนไม่ยอมแข็งตัวใช่ไหมครับ มันแปลกอยู่เคยทำมาตามกระบวนการนี้เป๊ะสองอันก่อนก็ไม่เป็นไร มาเป็นที่อันนี้ หรือจะเป็นเพราะอันนี้มันอาจจะชื้นกว่ามากจริงๆ

2. หรือจะเป็นเพราะความผิดพลาดตอนผสมที่คนไม่ทั่วหรือเปล่า แต่นึกๆดูไม่น่าใช่ เพราะส่วนอื่นๆที่ไม่ใช่ดินเหนียวปรกติมาก แถมมันเป๋นเฉพาะจุดตามแนวตั้งไปในส่วนที่บอกด้วย

3. แล้วจะกะอย่างไรดีว่าดินเหนียวที่เราใช้นี่เท่าไหนถึงจะแห้งพอที่จะเทซิลิโคนได้ ครั้งก่อนผมก็ทำแบบลุ่นๆนี้เลยนะ ไม่ได้กะดูว่ามันแห้งเท่าไหร่ ไม่รู้เลยว่ามันจะเกิดอย่างนี้ได้

4. ในอนาคตสมมุติว่ามันเกิดขึ้นอีกจะแก้ยังไงดีครับ ทิ้งตากแดดไว้หรืออบความร้อนมันจะทำให้ซิลิโคนแห้งขึ้นได้ไหม ผมลองเอาไปใส่อบในกล่องแบบอุณภูมิต่ำ ใช้Heat lampฉายทั้งคืน กับเอาไปตากแดดบนดาดฟ้าทั้งวันก็ไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลง แถมดันผ่าให้ดินเหนียวแข็งตัวจนแกะยากอีก อาจจะเป็นเพราะอุณหภูมิที่นี่ด้วยหรือเปล่า? ไม่ร้อนเท่าเมืองไทย แถมแดดไม่แรง

5. ผมถอดเอางานต้นแบบออกมาได้แบบสาหัส มือเละเลยละ คงต้องทำใหม่ แถมเปื้อนซิลิโคนเหนียวๆตรงซีมยาวรอบชิ้นเลย จะเช็ดทำความละอาดด้วยอะไรดีครับ

6.ไอ้แม่พิมพ์ที่ีเหนียวๆนี่ผมยังเก็บไว้สวนหลังบ้าน พยายามปาดไอ้เหนียวๆออกแล้วเช็ดด้วยน้ำมันไฟเเช็ค ไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่ ใช้อะไรเช็ดดีครับ อาซิโทนอ่านเจอว่าใช้ได้แต่ยังไม่ได้ลอง

7.แม่พิมพ์ซิลิโคนที่เสียแล้วนี่ใช้ประโยชน์อะไรได้ไหมครับ มีวิธีอะไรจะรีไซเคิ้ลมันไหม นอกจากเก็บไว้ปาหัวหมา?


อาาาาห์เสียหายหลายตัง ซิลิโคนเจ๊งไปเป็นกิโลเลยละ บทเรียนราคาแพงจริงๆ แบบตรงตัวเลย ของแพงด้วยที่นี่แถมต้องสั่งเอาเป็นชิ้นๆแล้วรอออี หนทางการหล่อทำพิมพ์ยังอีกยาวไกลนัก 5555

5
Garage kit gallery / Fewture Models-Terra's Franken Girls
« on: June 01, 2015, 02:18:57 AM »
























With Package



Package Shot


6


แปลจากบทความ RECAST FAQ (Frequently asked questions)
จากฟอรั่มการาจ คิท The Clubhouse
[/b]
เขียนโดย Sean Hughto, John Diaz & Mark Vantine ใส่สีใส่ไข่โดยผมเอง
http://theclubhouse1.net/museum/RECAST.htm

Garage Kit คืออะไร

ก่อนที่จะทำการพูดถึงเรื่องRecast ก็ต้องขอท้าวความถึงจุดกำเนิดของการาจคิทกันก่อน

ย้อนกลับไปในยุคช่วงปี’80  ผู้ที่เริ่มต้นทำการาจคิทก็คือกลุ่มแฟนและนักสะสมที่โตขึ้นมากับฟิกเกอร์โมเดลของบริษัทAurora เมื่อเกิดความต้องการที่จะได้เห็นตัวละครตัวโปรดจากภาพยนต์ คอมมิคมาทำเป็นโมเดลคิท แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครผลิตตัวที่ต้องการออกมา กลุ่มผู้บุกเบิกการาจคิทนี้ก็เลยจัดการตัดสินใจที่จะสร้างมันขึ้นมาเองด้วยการปั้น ทำแม่พิมพ์ซิลิโคนและหล่อออกมาด้วยเรซิ่นพลาสติก เพื่อทำการขายหรือแลกเปลี่ยนในหมู่นักสะสมที่มีความสนใจเหมือนๆกัน ไอ้อุตสาหกรรมนี้โดยมากก็ทำกันในพื้นที่โรงรถหรือห้องใต้ดินของบ้านตัวเอง จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า “Garage Kit” (อธิบาย บ้านหรืออพาร์ทเมนท์ของอเมริกันจะมีgarageขนาดใหญ่ มักไม่แค่เป็นที่จอดรถ แต่จะมีหน้าที่ในการเป็นที่เก็บของ หรือเครื่องมือช่าง และเป็นพื้นที่workshopสำหรับทำงานช่าง ซ่อมรถ ทำงานไม้ เนื่องจากค่าแรงช่างแพง เกือบทุกบ้านที่มีผู้ชายมักจะมีอุปกรณืช่างมาสุมไว้ในโรงรถละเป็นที่ทำงานแบบกลายๆ การหล่อ การพ่นสีของการาจคิทก็จึงเหมาะแล้วที่จะทำในโรงรถ)


หลายปีผ่านไป จากงานอดิเรกเล็กๆ การาจ คิทก็ได้เติบโตสู่วงกว้างขึ้น ประเทศอย่างญี่ปุ่นก็มีการพัฒนาจนเกิดรูปแบบงานของตัวเอง  ในยุคนั้นผู้ผลิตงานทั้งจากทางฝั่งอเมริกาและญี่ปุ่นก็พัฒนาทั้งฝีมือและความเป็นProfessionalมากขึ้น  จากอุตสาหกรรมเล็กๆทำในครัวเรือนก็กลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ บริษัทรุ่นยุคแรกก็อย่างเช่น Billiken, Horizon, Screaming และGeometric เป็นต้น บริษัทเหล่านี้เป็นพวกแรกที่ลงทุนทำแม่พิมพ์โลหะและหล่องานkitออกมาด้วยไวนิลแทนการใช้เรซิ่น อย่างไรก็ดีถึงแม้ว่างานkiyในยุคนี้จะทำด้วยระบบโรงงาน ไม่ได้มาจากโรงรถอีกต่อไป ชื่อเรียก “Garage Kit” ก็กลายเป็นคำติดปากที่ใช้เรียกงานเรซิ่นและไวนิลคิทที่ถูกผลิตออกมา


ทุกวันนี้บริษัทผู้ผลิตคิทที่เคยมีชื่อเหล่านี้ได้ปิดกิจการลงไป ไม่ได้มีการผลิตอีกต่อไปแล้ว ในปัจจุบันมีคิทใหม่ๆที่ผลิตออกมาน้อยแบบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าgarage kitจะตายหมดสิ้นไปจากโลก ผู้ผลิตและทำงานปั้นได้ทำการย้อนไปสู่ยุคต้น กลายเป็นอุตสาหกรรมหล่อเรซิ่นขนาดเล็กอีกครั้ง

แต่อย่างไรก็ดีเทคโนโลยีทุกวันนี้ก็ได้ก้าวไกลกว่าก่อนมาก เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและศิลปินได้ทำงานที่ออกมามีคุณภาพไม่แพ้กับสมัยก่อน ทั้งรายละเอียดและคุณภาพ ด้วยงบประมาณที่จำกัดและไม่มีเงินทุนสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง แต่ก็อย่าลืมว่า ศิลปิน นักปั้นเองในฐานะผู้ผลิตก็ไม่ได้มีกำไรมากมายมหาศาลเพราะมันไม่ได้เป็นระบบขนาดใหญ่อีกต่อไปแล้ว กำไรเล็กน้อยก็แค่พอใช้ในการผลิตงานใหม่ชิ้นต่อไป พูดสั้นๆ การาจคิทยังคงอยู่ได้ด้วยProducerรายเล็กที่ยอมลงทุนผลิตงานออกมาและจากผู้ซื้อที่ยังคงสนับสนุนงานของแท้อยู่


What is a “RECAST”
รีแคสท์คืออะไร


รีแคสท์พูดสั้นๆก็คือการทำซ้ำมาขายโดยเจ้าของไม่ได้อนุญาต พูดสั้นๆเป็นภาษาไทยอีกรอบก็คือ”ของปลอม” ของปลอมรีแคสเหล่านี้ทั่วไปมักมาในรูปแบบของเรซิ่น แต่กลุ่มทำของปลอมที่มีนายทุนใหญ่ออกเงินสนับสนุน(โดยเฉพาะในบางประเทศในเอเชีย) มีวิชาแก่กล้าสามารถที่จะทำไวนิลคิทปลอมจากแม่พิมพ์โลหะ ใครบางคนในประเทศที่ว่ามานี้ซื้อคิทแท้มาจากทางใดทางหนึ่งและเอามาใช้ต้นแบบในการทำพิมพ์ หล่อของปลอมด้อยคุณภาพออกมาขายถูกๆ ของปลอมพวกนี้ภาษาอังกฤษเรียกว่า”recast”

RECAST ร้อยทั้งร้อยคุณภาพจะด้อยกว่าของจริง ให้นึกภาพเล่นๆ ก็เหมือนกับเอาภาพจากเครื่องถ่ายเอกสารกลับมาถ่ายเอกสารอีกรอบ รายระเอียดที่ได้ไม่มีทางที่จะออกมาชัดเหมือนตอนถ่ายครั้งแรก เพราะอย่าลืมว่าไอ้ของปลอมเนี่ย มันทำพิมพ์มาจากของแท้ที่ผลิตเป็นขายเป็นแมสโปรดักษ์ รายละเอียดมันก็ต้องเสียต้องด้อยไปอยู่แล้วเพราะมันไม่ได้ออกมาจากพิมพ์แรกของโรงงาน ใครทำพิมพ์ทำหล่อคงพอนึกภาพนี้ออกดี ความคมและรายละเอียดก็จะเสียไป แต่คนมันจะผลิตของปลอมมันก็ไม่ต้องสนอยู่แล้ว แค่จะหาเงินใช้ง่ายๆ 

นอกจากนี้ก็ยังเป็นการใช้วัสดุหล่อราคาถูกเช่นเรซิ่นที่เปราะหักง่าย เรซิ่นที่มีกลิ่นเคมีแรง คุณภาพในการหล่อแบบชุ่ยๆไม่มีมาตรฐาน เช่น ประกบพิมพ์ไม่พอดี เกิดรอบต่อตรงซีมขนาดใหญ่ รูฟองอากาศจากการหล่อ ผสมออกมาแล้วเซ็ตตัวไม่ดีไม่ทั่ว เป็นต้น  ใช้แม่พิมพ์ที่เสื่อมคุณภาพ (พิมพ์ซิลิโคนจะเสื่อมไปตามเวลาตามจำนวนครั้งที่หล่อ เพราะเมื่อเทเรซิ่นลงไปจะเกิดความร้อนของสารเคมีที่ในที่สุดก็จะทำลายพิมพ์ไป พิมพ์โลหะก็เสื่อมได้เช่นกันแต่ช้ากว่าในการปลดระวางแม่พิมพ์)  ไม่มีการผลิตชิ้นส่วนพิเศษที่มีความซับซ้อนในการผลิต เช่นใบมีดหล่อเหล็ก โดมพลาสติกใส ไม่แม้แต่จะสนใจที่จะผลิตกล่องใส่ให้และรูปหน้ากล่อง

คนทำของปลอมเขาไม่สนหรอกว่างานออกมาจะคุณภาพแบบไหน นักสะสมบางคนถึงขั้นมึนด้วยความด้อยคุณภาพของของปลอมต่อประกบชิ้นส่วนไม่เท่ากัน หัวเบี้ยวผิดทรง อุดรู ขัดเรซิ่นหินกันหน้ามึน ถึงขั้นพาลไปโทษบริษัทของแท้ว่าทำของกากๆออกมา คราวหน้าจะไม่ซื้ออีก

จำไว้เน้นๆตัวใหญ่ๆเลยนะว่าRecastคือของปลอม การทำของปลอมคือการขโมยงานคนอื่น ซื้อของปลอมคือจ่ายเงินสนับสนุนโจร
ของปลอมที่ห่วยแตกด้อยคุณภาพที่สุดในตอนนี้ก็หนีไม่พ้นที่จะมาระบาดบนEbay และประเทศที่มาของการขายของปลอมด้อยคุณภาพ เหล่านี้คือ ……….Thailandถูกต้องนะคราบบบบ (แปลมาตรงตัวเลย เขาเขียนตามนี้ระบุชัดเจนเลยคุณ เย้) สิงคโปร์และประเทศอื่นๆในเอเชีย
ภาพที่เอามาลงข้างล่างนี้คือการเปรียบเทียบของแท้และของปลอม วงแดงให้เห็นความง่อยของการผลิตแบบจะๆ

(pictures courtesy of Mark Atherton)






แต่ท่านๆเชื่อไหมว่าผู้ผลิตของปลอมบางเจ้าก็ใส่ความพยายามลงไปมากเพื่อจะโกงท่าน ด้วยการทำกล่องปลอมพิมพ์สี่สีสวยงาม ทำพิมพ์อย่างดีมีแม้กระทั้งใบinstruction วิธีประกอบ (น่าจะหมายถึงของปลอมจากบริษัทเกาหลี Elfin และ SOLซึ่งเจ้าของเดียวกัน) และนำมาของโดยบอกว่าเป็นของจริงลดราคาสิ่งเล่านี้ถือเป็นภัยร้ายแรงของวงการและยากที่จะแยกแยะของแท้ของปลอม แต่ผู้ผลิตของแท้เองก็พยายามหาวิธีการมาต้านพวกนี้ด้วยการใช้สติกเกอร์พิเศษแปะกล่อง ใบCertificate การันตี การออกนัมเบอร์การผลิตเป็นต้น



WHY SHOULDN’T I BUY A RECAST?
ทำไมถึงไม่ควรซื้อรีแคสท์ของปลอม?



บางครั้งผู้ที่เริ่มสะสมโมเดลคิทใหม่ๆก็มักไม่เข้าใจว่าการซื้อของปลอมมันเสียหายตรงไหน ความจริงที่ต้องพูดกันตรงๆก็คือ มันเสียหายทั้งวงการ เสียหายกันทุกคน(ยกเว้นคนทำของปลอมที่กำไร)
ทำให้เจ๊งกันไปหมดทั้งนักปั้น ผู้ผลิตและในที่สุดแม้แต่ผู้ซื้อก็ซวย

ทำไม? เริ่มต้นก่อนเลยนักปั้นและผู้ผลิตซึ่งหลายๆครั้งนี่เป็นคนๆเดียวกันควบสองงานเลย นักปั้นเองก็ต้องหาใครสักคนที่จะมาออกทุนในการผลิตงานให้หรือproducerเองก็เป็นผู้ที่มาเสาะหาคนมาปั้นคาแรกเตอร์ที่ตั้งใจจะขาย นอกจากนี้ยังต้องลงทุนทำการโปรโมทประชาสัมพันธ์งานที่จะออกมาหรือแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ทำการผลิตแม่พิมพ์ วัสดุอุปกรณ์ บรรจุกล่อง ขนส่ง ดีลกับผู้ขายส่งรายย่อย และอีกมากมาย เมื่อคุณซื้อรีแคสของปลอม จบ เงินไม่ได้ถึงคนพวกนี้ เสต็ปต่อไปเจ๊ง เห็นภาพง่ายๆ

ถามอะไรง่ายๆหน่อย คุณเคยทำงานอะไรที่ลงทุนลงแรง อาบเหงื่อต่างน้ำ จนได้งานที่สำเร็จออกมาเต็มคุณภาพ(ทำพิมพ์ หล่อ ใบประกอบ กล่อง ลงโฆษณา ขนส่ง) แค่หวังว่าจะมีกำไรพอที่จะผลิตชิ้นงานต่อไปออกมาเรื่อยๆ จะรู้สึกยังไงที่มีไอ้โจร(หัวดำๆ-อันนี้ผู้แปลใส่เอง) มาก็อบเอางานไปขายถูกๆเพราะมันไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรเลยกับที่กล่าวมา พองานเราทำแทบตาย มันเห็นว่าดังขายได้ก็ฉกไปปลอม  จะรู้สึกยังไง คุณก็คงท้อและเลิกทำไปในที่สุด
นี่คือชะตากรรมที่เกิดขึ้นกับผู้ผลิตและนักปั้นนับไม่ถ้วนที่ต้องจบอาชีพและปิดกิจการไป คุณจะไปว่าผู้ผลิตพวกนี้ได้ไหมที่เขาไม่สามารถฝืนต่อไปได้ และก็จบ ไม่มีงานใหม่ออกมาให้ซื้อให้ต่อสะสมกันอีกเพราะคุณเอาเงินไปประเคนให้โจร

พวกทำของปลอมนี่อยู่ไม่ได้นะครับถ้าโมเดลเลอร์เองหยุดซื้อของจากพวกนี้

พวกผลิตของปลอมเหล่านี้พูดได้เลยว่าเป็นสาเหตุโดยตรงของความฉิบหายล่มสลายของผู้ผลิตโมเดลชื่อดังที่ทำลิขสิทธิ์ถูกต้องเช่น Billiken, Horizon, Screaming และGeometric นี่เเค่บางชื่อที่ยกตัวอย่างมา ผู้ผลิตรายใหญ่ยังไปไม่รอด ผู้ผลิตรายย่อยอื่นๆก็ตายตามไปด้วย นักปั้นชื่อดังหลายคนถึงกับเลิกปั้นงานการาจถาวร เช่นMike Hill เป็นต้น 
พอผู้ผลิตปิดกิจการไป  นอกจากนี้ใครก็เดือดร้อนอีก หนังสือโมเดลก็เจ๊ง นิตยสารโมเดลชื่อดังทางฝั่งอเมริกาเช่น Model Maniac, Amezing Figure Modeler และModel Resource ซึ่งเคยเป็นแหล่งความรู้ บทความดีๆ ข่าวในวงการ ก็ไม่มีใครมาลงโฆษณาอีกต่อไป

ผู้ผลิตเจ๊ง ก็ไม่มีใครจ้างนักปั้น ตกงาน ไม่มีคนจ้างทำงานใหม่ๆ ไม่มีการจ้างงานใหม่ ก็ไม่มีคิทใหม่ๆออกมาอีก คุณก็ไม่มีอะไรที่คุณชอบให้เล่นออกมาอีก พวกขายของปลอมก็น่าจะค่อยๆหายไปเพราะไม่เหลืออะไรหรืองานของใครให้ก็อบอีก (อ่านถึงตรงนี้แล้วแล้วก็นึกนะว่าฝรั่งที่เขียนบทความนี้มันยังอ่อนโลกไป พวกทำของก็อบไทยแม่ง20ปีแล้วแม่งก็ยังขายอยู่ เอาของเก่ามาวนขายนี่ละ ไม่รู้จบ ตราบใดที่ยังมีคนซื้อของปลอมอยู่ มันก็ไม่จบ อ้อลืมไปมันยังมีของคุณพี่นรินทร์กับของพี่กิจให้ก็อบอยู่)

พูดเลยว่าพวกทำของก็อบ ขายของก็อบนี่มันคือพยาธิที่กัดกินวงการของเราอยู่ และได้ทำร้ายวงการการาจคิทและงานอดิเรกที่คุณรักอย่างสาหัส ถ้าไม่ทำอะไรกับมัน มันก็จะถึงกับฆ่าวงการการาจคิทให้ตายสนิทได้
จำไว้ว่าทางออกเดียวคือลูกค้าอย่างคุณคือคนเดียวที่จะทำการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้ คุณมีสิทธิ์์ที่จะเลือก หยุดซื้อรีแคสท์ หยุดยัดเงินเข้ามือโจร หยุดวงจรอุบาทว์ที่จะให้อาหารพยาธิพวกนี้ซึ่งขโมยของคนอื่นมาขาย   ถึงคุณจะพูดว่าไม่สนใจ แต่ด้วยเหตุผลที่จะพูดต่อไปนี้ก็เพื่อประโยชน์ของตัวคุณเองคือ

1) ของปลอมคุณภาพมันห่วย เกือบทั้งหมดบอกได้เลยว่าประกอบยากถึงยากที่สุด การันตีได้ว่าต่อไปต้องโมโหทึ้งผมตัวเองไป ทำให้การต่อหมดสนุกและผลท้ายสุดที่ออกมาก็สวยสู้ของจริงไม่ได้

2)การที่คุณสนับสนุนของปลอมก็การันตีได้เลยว่าจะไม่มีงานใหม่ๆดีๆจากผู้ผลิตออกมาอีก ท้ายที่สุดคุณก็ทำลายงานอดิเรกนี้รวมถึงทั้งวงการด้วยมือคุณเอง






HOW CAN I TELL IF A KIT IS A RECAST?
แล้วจะรู้ได้ไงว่าอันไหนของแท้หรือของปลอม
   
                   

ของปลอมบางชิ้นดูปู๊บก็รู้ บางชิ้นก็บอกได้ยากขึ้นแม้แตสำหรับ่โมเดลเลอร์ที่มีประสบการณ์ ปัจจัยหลายอย่างที่ช่วยให้รู้ได้
แรกสุด ราคาถูกเกินจริง ถูกอย่างเป็นไปไม่ได้ นี่คือสัญญาณที่หนึ่ง

สอง คุณภาพที่ดูด้อย มีดีเฟคหลุมรูมากมาย เบี้ยว รอยต่อการหล่อไม่เนียน หรือทำโดยเรซิ่นไม่มีคุณภาพ มีกลิ่นเหม็น

สาม โมเดลคิทที่คุณรู้ว่าควรจะมีกล่องของแท้มาถึงมีคุณในถุงพลาสติกแบกะดิน หรือกล่องดำเรียบๆ

 สี่ ประเทศที่มาของโมเดล ถ้ามาจากไอ้ประเทศไทยแลนด์(เย้ โดนเอ่ยถึงอีกแล้ว ระบุเฉพาะเจาะจงุประเทศเดียว ประเทศเราดังๆ ภูมิใจป่ะ)เลยหรือประเทศอื่นๆในเอเชียยกเว้นญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ผลิตงานอย่างถูกต้อง

นอกจากการดูข้อที่กล่าวมา ให้ลองอีกอย่างคือถามผู้ขายเลยว่าชิ้นนี้รีแคสท์หรือเปล่า คุณจะเซอร์ไพรซืมากที่คนขายบางคนก็รับหน้าด้านๆทั้งๆที่รู้ว่าทำผิด พร้อมกับคำแก้ตัวข้างๆคูๆสีข้างถลอกว่า “โอ้ย ก็มันเลิกผลิตไปแล้วนี่” (ถึงแม้ว่าบางชิ้นเองของแท้ก็ยังผลิตอยู่)
“ก็มีน้ำจัยไง ขายถูกๆพวกเอ็งจะได้มีไรเล่นกัน ของแท้มันแพง ถือว่าช่วยโมเดลเลอร์”(ฟังดูโคตรไทย มันถามคนขายไทยมาป่าวเนี่ย)

ให้บอกไปเลยว่าไม่ซื้อของก็อบ สอง ให้ถามคนขายไปว่าให้ระบุชื่อผู้ผลิตหรือนักปั้นได้ไหม คนขายของจริงสะสมจริง จะรู(เฮ้ย อันนี้เรื่องจริง จากประสบการณ์ซื้อของจากนักสะสมด้วยกันเอง มันรู้จักชื่อหมด ถ้าฝรั่งมันระบุชื่อนามสกุลยาวๆของทาเคยะ หรือ นิราซาว่า หรือรู้ว่าอันนี้โอนิคิปั้น ไม่ใช่นิราซาว่าให้อุ่นใจได้ครึ่งนึงเลย เปิดมายังไม่เคยเจอปลอม)
ถ้าที่สุดยังไม่แน่ใจ เอามาโพสถามที่บอร์ด และให้คนในนี้ช่วยกันดู(หมายถึงบอร์ดฝรั่งนะ)
 ที่เวปบอร์ดนี้มีคนเป็นร้อยที่เป็นทั้งนักปั้น นักสะสม ผู้ผลิตที่ผ่านประสบการณ์ในวงการมาอย่างโชกโชนและพร้อมที่จะช่วยคุณ ปลอดภัยไว้ก่อน
การทำการบ้านศึกษาข้อมูลไว้ก่อนก็เป็นทางที่ดีที่สุดในการเลือซื้ออย่างมั่นใจ


ทำไมของก็อบถึงถูก?

ถามอะไรจ๊าดง่าว เดี๋ยวตบดิ้น!ไม่ต้องจ่ายค่าตัวพี่เบิร์ด แต่จะฟังเพลงพี่เบิร์ดเต็มบั้ม แต่จะทำแผ่นผีพี่เบิร์ดใช้ทุนเท่าไหร่ ค่าซีดีแผ่นละ 2บาท ใช่มะ

 เอาตอบแบบจริงๆจังๆก็คือ ของปลอม มันตัดค่าใช้จ่ายในการผลิตอื่นไปหมด สิ่งที่พวกทำของปลอมก็คือซื้อคิทแท้มา ทำพิมพ์ หล่อก็อบแม่ง เช่าที่หน้าโรงหนังขาย(ในไทยเมื่อ20ปีก่อนนะ) เปิดอีเบย์ ขายให้คนซื้อโง่ๆ
คือสั้นๆ มันไม่ต้องลงทุนจ้างคนปั้นไง ซึ่งราคานี่ก็ตั้งแต่หลายร้อยถึงหลายพันยูเอสดอลล่าห์ นี่แค่อย่างหนึ่ง สอง มันไม่ต้องโฆษณาเอง ไม่ต้องติดต่องลงหนังสือ ไม่ต้องจ่ายเงินลงโฆษณา  กล่องก็ไม่ต้อง กล่องอะไร ไม่มี๊ มันใส่งถุงพลาสติกส่งขายเลย นอกจากนั้นก็ใบเซอร์ติฟิเคต คู่มือประกอบการต่อ (ยังไม่พูดถึงค่าลิขสิทธิ์ตัวละครที่จะต้องจ่ายให้บริษัทหนัง นักแสดง ทายาทนักแสดง ในกรณีที่ตายไปแล้ว) เห็นมะ ร้อยแปดค่าใช้จ่าย ทำของปลอมไม่ต้องจ่ายสักแดง ทำของปลอมประหยัดเงินไปหลายแสนก็ทำให้มันขายตัดราคาถูกเป็นขี้เมื่อเทียบกับของแท้ได้ และก็ยังได้กำไร (เอออออ ฟังดูดี ทำมั่งดีกว่า)

ผู้ผลิตการาจคิตในอเมริกา ยอมรับกันเลยว่า มันกำไรน้อย กำไรที่ได้ก็แค่เอาไปต่อทุนงานชิ้นต่อไป จะทำอะไรต่อเค้าก็ถามลูกค้าว่าอยากได้อะไรชิ้นต่อไป คนขายของก็อบไม่ต้องสน รอก็อบลูกเดียว



ไม่มีตังซื้อของแท้ไม่ไหว ทำไง? คนเค้ามีน้ำใจขายก็อบถูกๆ


บ่อกิเลสไม่มีทางเติมเต็มนะครับ หึๆ We all want things we can’t afford. ถามตัวเองว่าเราจะอยากไปซื้อของที่เค้าขโมยมาจริงๆเหรอ ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกว่ามันขโมยมาอะนะ? ที่แย่กว่าคือบางชิ้นนี่มันทำนาบนหลังคนขโมยงานคนไทยกันเองด้วย อันนี้ก็ต้องถามตัวเองละครับ

แล้วถ้าของแท้มันหาซื้อไม่ได้จะทำไง


อันนี้เข้าใจ คุณพูดว่า ก็อยากทำให้มันถูกต้องน่ะนะ ก็อยากซื้อแท้หรอกเฟ้ย แต่มันหาไม่ได้ เพราะ 1)ไม่รู้จะติดต่อกับผู้ผลิตยังไง 2) หาร้านที่จะขายให้ไม่ได้ 3)เค้าเลิกขายของพวกนี้ไปแล้วตั้งแต่ปีมะโว้ก่อนที่จะมาเริ่มสะสม แล้วก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหนอีก
จะบอกอะไรให้ การเสาะแสวงหางาน”Holy Grail” ชิ้นที่หามาทั้งชีวิตนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเล่นการสะสมนี่ละมีเสน่ห์ (อันนี้ผมว่าจริงครับ มันเป็นเกม ความเร้าใจอย่างนึงของการสะสม กว่าจะหาได้แต่ละชิ้นมันมีที่มา)
ทางที่ดีที่สุดในการหาของเก่าก็คือถามหาในหมู่แวดวงนักสะสมด้วยกันเอง หลายคนก็ยินดีขายสมบัติพระศุลีที่เก่าเก็บไว้ในตู้ ออกไปซื้อล่าตามแหล่งที่เค้าออกงาน หรือบนอีเบย์ แต่จำไว้ว่าอีเบย์นั้นก็เต็มไปด้วยของก็อบRecastเช่นกัน



แล้วคิทที่เลิกผลิตไปแล้วล่ะ จะทำไง


บางคนก็คิดว่าคงไม่เป็นไรที่จะซื้อของปลอมที่มาจากงานที่บริษัทเจ๊งไปแล้ว ก็มันไม่มีแล้วจะทำไงได้ แต่ แต่ ย้ำนะว่าก็ยังผิดและมีผลเสีย เพราะ ผู้ผลิตหลายเจ้าก็พร้อมที่จะทำออกมาระลอกสองระลอกสามเสมอถ้าคนต้องการ “แต่” ใครจะผลิตงานของแท้ดีๆออกมาขายอีก ในเมื่อของปลอมมันยังล้นตลาดอยู่
ถ้าคนขายของก็อบบอกว่าของจริงมันหมดไปจากตลาดแล้ว โดยมากผู้ผลิตมักจะยังมีเหลืออยู่


แล้วไอ้พวกงานปั้นที่ไม่ได้ขอลิขสิทธิตัวละครเขามาล่ะ ก็ก็อบได้สิ ก็เค้าก็จัดว่าเถื่อนเหมือนกัน

ลิขสิทธิ์นี่ถือว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องแยกจากกัน งานการาจคิทนี่ก็คงเกิดขึ้นมาไม่ได้ถ้าต้องมาขอลิขสิทธิ์กันทุกอย่างไป ถึงคุณคิดว่าเฮ้ย มันผิดนี่ที่นักปั้นจะไปจับเอาตัวละครที่มีลิขสิทธิ์จากหนังอะไรก็ได้มาปั้นในแบบของตัวเอง มาทำขายสัก20-50ตัวเพื่อขายให้นักสะสม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไปเอางานเค้ามาก็อบขายกินอีกทอดนึง ไม่ได้  อีกสิ่งหนึ่งที่พวกขายของก็อบต้องรู้คือ ไม่ว่าตัวละครนั้นจะมีการถูกขอลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องหรือไม่ สำหรับงานชิ้นนั้น ผู้ปั้นหรือผู้ผลิตก็ถื่อเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในผลงานชิ้นนั้น โดยผู้อื่นจะมาละเมิดเอาไปก็อบขายไม่ได้

(งงป่ะ? สมมุติง่ายๆอะ พี่กรวาดรูปน้าเดช พี่กรจะขายงานวาดรูปน้าเดชชิ้นนั้น แต่ไปชาวก็อบไปลักมามาบอกว่าเฮ้ย ตูจะเอารูปที่พี่กรวาดรูปลงสีไปพิมพ์โปสเตอร์ขายล้านแผ่นโดยไม่จ่ายตังให้พี่กร ก็พี่กรไม่ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์หน้าให้ดาราน้าเดชนี่นา งานพี่กรก็เถื่อนเหมือนกัน ไม่ใช่นะ นี่ถือว่าเป็นงานที่พี่กรผลิตขึ้น ลิขสิทธิ์ในงานรูปวาดน้าเดชชิ้นนั้นเป็นของพี่กรทันทีที่วาด)

(เรื่องลิขสิทธิ์ตัวละครนี่ยาวครับ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่นี่ ตราบใดที่ไม่ได้ลงกล่องโฆษณาขายเป็นพันๆชิ้นอย่างrevoltech หรือKaiyodo และเป็นพวกการาจคิทดูเหมือนคนที่นี่ก็จะรับได้ตามปรกติ ถ้าฟ้องกันมาก็ต้องหยุดขาย เท่าที่รู้นะ แต่ยังไม่เคยได้ยินกรณีบริษัทหนังฟ้องมาสักที บางที่เช่นstatue forumนี่เค้าก็มีกฏเหล็กห้ามโฆษณาขายคิทซุปเปอร์ฮ๊โร่่ที่ปั้นเองแต่ไม่ได้ขอลิขสิทธิ์จากค่ายการ์ตูน แต่ผู้ซื้อผู้ขายจะดีลกันข้างนอกยังไงก็คงอีกเรื่อง)


แล้วผู้ผลิตกับนักปั้นล่ะ

ผู้ผลิตและผู้ปั้นโมเดลคิทนี่ก็คือแฟนพันธ์แท้ของงานประเภทนี้นั่นละ เขาทุ่มเทเวลาและฝีมือลงไปเพื่อจะจับเอาโมเมนท์ของตัวละครตัวนั้นไม่ว่าจากหนัง หรือการ์ตูน มาทำเป็นงานปั้นสามมิติผ่านโมเดลคิท พวกเขาผลิตงานที่คุณรักและมีความสุขที่จะได้เห็นคุณทำงานแจ่มๆออกมาจากชุดคิทที่เขาผลิต
นักปั้นหลายคนก็มีจุดเริ่มต้นมาจากตลาดการาจคิท และสร้างชื่อขึ้นมาจนโด่งดัง ด้วยความหวังว่าต่อไปจะได้ทำงานกับบริษัทใหญ่ๆ เป็นมืออาชีพที่จะผลิตงานที่ดีๆขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะต่อยอดไปทำงานในส่วนของภาพยนต์ บริษัททำสเปเชี่ยลเอฟเฟค หรือแม้แต่ไปทำกับบริษัทที่ทำงานสำเร็จระดับพรีเมียมอย่างไซด์โชว์ ซึ่งโอกาสเหล่านี้จะเกิดไม่ได้เลย เมื่อผู้ผลิตการาจอย่างถูกต้องจะต้องมาล้มหายตายจากกันหมดเพราะโดนดับดาวรุ่งแต่เนิ่นๆด้วยพวกทำของก็อบรีแคสต์

ของที่มาจากบริษัทระดับสุดยอดอย่างSideshow,Dynamic Focus, Diamond Select และ Moor Creationสามารถสาวรากกลับไปสู่ต้นกำเนิดที่การาจคิททั้งนั้น ของเล่น action figureหรือstatue ของsideshow พูดง่ายๆก็เกิดขึ้นมาที่เด็กโนเนมสักคน ได้แรงบันดาลใจจากโลกวงการการาจ เรียนรู้ที่จะทำงานที่ดีขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น Randy Bowenที่เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะบริษัทผู้ผลิตงานซุปเปอร์ฮีโร่ก็มีจุดเริ่มต้นมาจากเป็นนักปั้นการาจคิทของบริษัทเล้กๆชื่อ Dimension Design หรือ Shawn Nigelผู้ปั้นงานชิ้นเอกๆของ Diamond Selected เริ่มอาชีพจากการทำงานการาจคิททุกอย่างคนเดียวทั้งปั้น พิมพ์และหล่อและส่งขาย แม้แต่คนทำงานเพนท์ David Fisherผู้ร่วมก่อตั้งนิตยสารAmazing Figure Modelerและออกเซ็ตวิดีโอสอนประกอบลงสีโมเดลก็เริ่มต้นมาจากคนทำการาจคิทธรรมดา 

สรุปสั้นๆ งานที่เราทำการาจคิทที่เป็นงานอดิเรกของพวกเรานี่ มันส่งผลสร้างสิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้นในวงกว้างไม่ใช่เพียงแค่วงคนที่สะสมและต่อการาจคิท เราต้องรวมตัวกันและสนับสนุนให้มันเกิดความก้าวหน้าและป้องกันวงการนี้จากมะเร็งร้ายอย่างพวกขายของก็อบปี้รีแคสท์ ขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุนครับ


 

7



***ผมพยายามหาวิธีลงวิดีโอทุกทางแล้วแต่ก็จนปัญญาทำไม่ได้ ขึ้นinvalid linkกับ Codeยาวพรืดๆทุกที คลิกดูกันเองนะครับ***


Simon Lee (Spiderzero) - Monster Maker Interview with the Frazetta of Character Sculpture


ผมเกิดที่ประเทศจีน และก็โตมาในเมืองปักกิ่งประเทศจีนเป็นเวลา10ปี จากนั้นครอบครัวของผมก็ได้ย้ายไปอยู่ที่ฮ่องกงอีก10ปี จากนั้นก็ได้ย้ายมาอยุ่ที่Los Angeles เมื่อผมอายุได้21
ย้อนกลับไปสมัยที่ผมเป็นเด็ก ตั้งแต่อยู่เมืองจีนผมก็เป็นคนที่ชอบดีไซน์ของสัตว์ในจินตนาการ สัตว์ประหลาด อะไรเทือกนั้น สิ่งพวกนี้เป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผมเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นงานปั้น งานแกะสลัก หรือรูปเขียน ทุกๆอย่างที่มีสัตว์ประหลาด

เป็นความชอบส่วนตัวที่ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะอะไร แต่ก็เป็นสิ่งที่ผมชอบเสมอมา




-ทำไมถึงต้องเป็นสัตว์ประหลาด

ผมคิดว่าเมื่อเราดูสิ่งที่ประหลาดหรือ ตัวละครอะไรที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน อะไรที่มันสุดจะแตกต่าง มันมีอะไรบางอย่างลึกๆที่ทำให้เราตื่นเต้น  ไม่รู้เหมือนกันนะ มันบรรยายเป็นคำพูดไม่ถูก มันกระตุ้นความสนใจของผมว่าเขาคิดได้ยังไงนะที่ออกแบบตัวนี้ออกมา จะว่าไป เมื่อตอนที่ผมเป็นเด็ก สิ่งที่ทำให้ผมสนใจก็คือ "โห มันดูแปลกมากๆเลยนะ ดูแตกต่าง ดูแล้วมันตื่นเต้น" ทำให้อยากรู้อะไรเกี่ยวกับตัวละครนั้นมากขึ้น อยากรู้คนคิดเขาทำออกมาได้อย่างไร

เมื่อผมโตขึ้น ความรู้สึกของการมองสิ่งพวกนี้มันก็กลายมาเป็นการมองแบบวิเคราะห์  เวลาดูอะไร ผมก็จะมานั่งคิดว่าอะไรที่ทำให้มันดูโดดเด่นแตกต่างขึ้นมา มันต่างกับสิ่งอื่นๆอย่างไร  หลังจากนั้นผมก็ยิ่งคิดแบบเป็นวิทยาศาตร์ขึ้นอีกระดับว่า "ไอ้สิ่งนี้มีฟังชั่นการทำงานอย่างไร" อะไรที่เป็นสาเหตุให้สิ่งนี้ต้องออกแบบมาอย่างนี้ หรือมีวิวัฒนาการการออกแบบมาเป็นรูปแบบนี้ ความแตกต่างของจุดเด่นในการออกแบบสัตว์ประหลาดและมอนสเตอร์นี่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผมสนใจมาตลอด

ผมจำได้เลยว่าครั้งแรกที่ได้เห็นตัว Alien จากในหนัง ผมlสุดจะตื่นเต้นและทึ่งมากๆ(blow away) "ไอ้ตัวที่อยู่ในความมืดนั่นมันตัวอะไร!" อีกครั้งนึงที่จำได้ดีก็คือตอนที่Predatorเปิดหน้ากากออกมา ภาพที่เป็นมันเหนือความคาดหมาย ตัวประหลาดอื่นๆเช่น Face Hugger อะไรพวกนั้น มากจนนับไม่ไหว แต่ตัวที่ติดตาจริงๆในหนังยุคหลังทั้งหมดผมก็คงต้องยกให้Alien กับ Predator




-มาเป็นนักปั้นมือาชีพได้อย่างไร

ผมเป็นคนชอบปั้นอะไรเล่นมาตั้งแต่เด็กๆ ก็ปั้นดินน้ำมันเล่นตามประสาเด็กตั้งแต่อายุสามหรือสี่ขวบ เท่าที่จำได้ แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นเเค่งานอดิเรก ทำๆเลิกๆ เป็นงานอดิเรกยามว่างในช่วงที่โตเป็นผู้ใหญ่ ไม่เคยได้จริงจัง ผมเพิ่งเริ่มทำงานปั้นเป็นอาชีพแค่เมื่อปีหรือสองปีก่อน (สัมภาษณ์เมื่อปี 2013)  ตอนนี้ผมก็อายุ 42 เริ่มทำงานปั้นเป็นอาชีพเต็มเวลาเมื่ออายุได้ 40

การทำงานศิลปะนี่ไม่เคยอยู่ในแผนชีวิตของผมเลย เพราะว่า...ไม่รู้เหมือนกันนะ ก็มีความชอบอยู่เสมอ ผมรักงานศิลปะ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างก็ไม่ได้อำนวยให้มาทำงานศิลป์เลย  ผมเคยวาดรูป เยอะมาก แล้วจากนั้นก็หยุดวาด ทำปั้นบ้าง แต่ก็แค่งานอดิเรก ปั้นเล่นมั่วๆ มาเป็นศิลปินนี่ไม่เคยคิดเลยว่าจะเป็นตัวเลือกอาชีพที่เป็นไปได้สำหรับผม ไม่เคยแม้แต่จะผุดขึ้นมาในความคิดสักนิดเดียว
มาท้าวความชีวิตผมนิดนึง ผมเรียนจบมาจากโรงเรียนบริหารธุกิจ พานิชศาสตร์ ผมเอกการตลาด จบมาผมก็ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์จากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผมเรียนรู้การทำเวปไซท์กับกราฟฟิคดีไซน์  จากนั้นก็เปิดบริษัทเล็กๆรับออกแบบเวปไซท์ แล้วก็ทำมาราวๆ 10ปี

จุดเปลี่ยนชีวิต ที่ทำให้ผมเปลี่ยนจากเวปโปรแกรมเมอร์มาเป็นนักปั้นเต็มตัวก็คงเป็นตอนที่ นักปั้นพี่น้องBrandonกับJerry Shiflette   เขามาจ้างให้ผมออกแบบwebsiteให้ ผมก็ทำ ในขั้นตอนท้ายสุดเนี่ย ก็ต้องทดสอบระบบของforumบอร์ดสนทนานี่ว่าใช้งานโพสรูปได้ปรกติ ผมก็เลยเอารูปของงานปั้นที่ผมปั้นไวมาลงเพื่อเป็นการทดสอบระบบ  ผมก็ตกใจ ที่สมาชิกในบอร์ดหลายคนส่งอีเมล์มาหา บอกว่าอยากซื้องานที่ผมปั้น "เอาจริงดิ?" และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้น ผมก็คิดว่าเอ้อ นี่อาจจะเป็นจุดที่เราเปลี่ยนอาชีพได้

ต่อมาผมก็เริ่มผลิตmodel kitเป็นงานเสริม แล้วหลังจากนั้นภายในสองปี ไอ้งานเสริมนี่ก็เริ่มดีขึ้น จนถึงจุดที่ผมคิดมั่นใจได้ว่า "เอาละ เราน่าจะเปลี่ยนอาชีพมาทำไอ้นี่เลี้ยงตัวได้ และด้วยภูมิหลังผมที่มีความรู้เรื่องการทำเวปและการทำการตลาดแบบออนไลน์ ผมก็มีความคิดว่าก็น่าจะไหวนะที่เราจะโปรโมท ทำการตลาดตัวเองให้โลกรุ้จักในอายุนี้ แก่สามสิบเก้านี่ละ ผมน่าจะโปรโมทตัวเองเป็นศิลปินอิสระได้โดยไม่ต้องไปที่บริษัทหรือจะต้องมีเครดิทว่าทำงานปั้นให้กับหนังใหญ่ๆมาก่อน นั่นละคือจุดเปลี่ยน

แต่ต่อมาสิ่งที่ยากที่สุดที่การกล่อมเมียผมให้เห็นดีเห็นงามด้วย ว่า"เอาละพี่จะไปตามฝัน จะปั้น เลิกๆ ปิดกิจการ ออกแบบเวปไซท์อะไรนี่ไม่ทำแล้ว จะเป็นนักปั้น" ตอนนั้นลูกคนแรกก็เพิ่งคลอด เรียกได้ว่าก็ต้องพูดโน้มน้าวชักจูงกันเป็นเรื่องใหญ่ ก็โชคดีว่าที่สุดภรรยาก็สนับสนุนเห็นชอบ  นั่นก็สองปีครึ่ง-สามปีที่ผ่านมาที่ผมก็เปลี่ยนอาชีพจากออกแบบเวป มาทำงานปั้น ออกแบบตัวละครต้นฉบับของผมเอง แล้วด็ทำเป็นkitขาย  นั้นก็เป็นช่วงต่อมาที่ผมเริ่มทำงานปั้นออกแบบคอนเซปท์ให้ภาพยนต์ฮอลลีวูด
เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ต่างกันมาก มากถึงมากที่สุด  แล้วผมก็ทำงานเรื่อยมาไม่ได้หยุด




- หาความสมดุลกับความเป็นศิลปินและนักพาณิชศิลป์ได้อย่างไร

สำหรับตัวผมเอง ผมไม่ได้มีประสบการณ์มากอย่างคนอื่นและไม่ได้รับอิทธิพลจากงานของคนอื่นในวงการมากนักมันก็เป็นความโชคดีอย่างหนึ่ง ถ้าผมเลือกที่จะทำอะไร แรกสุดและสำคัญที่สุดก็คือผมเลือกที่จะทำอะไรที่มันจะต้องทำให้ผมพอใจภูมิใจ เพราะที่สุดแล้ว ผมเองก็ไม่สามารถกลับเป็นหนุ่มได้อีก แก่ลงทุกวัน การจะทำอะไร มันจะต้องเป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมทักษะความสามารถของผมให้เติบโตไปได้กับการเป็นศิลปิน ผมต้องการปั้นสิ่งที่ผมสนุกที่จะทำ ถ้าผมทำงานที่เขาจ้างให้ทำอะไร ผมก็พยายามเอากระบวนการคิดนี้ติดไปในงานด้วย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่รับฟังคำสั่งหรือข้อเสนอแนะจากคนอื่น แต่พยายามใส่การตีความ ใส่การวิเคราห์ของเราเองไปด้วยว่าตัวละครนี้ควรจะออกแบบมาเป็นอย่างไรหรือจะให้ออกมานำเสนออย่างไรให้มีเอกลักษณ์ทางศิลปะด้วย

ในแง่ของการทำงานที่ออกขาย ผมก็ตั้งใจจะทำงานที่ผมต้องมีความชอบในชิ้นงานนั้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องมีความน่าสนใจดึงดูดที่จะขายได้ด้วย คิดด้วยว่าลูกค้าจะชอบไหม งานแนวประเภทแบบนี้เขาจะตอบรับมาอย่างไร โดยส่วนตัวแล้วผมเองก็ชอบงานทุกแนวทุกหัวข้อ แล้วผมก็ชอบสัตว์ประหลาดมากเท่าๆกับที่ชอบงานแนวที่สวยงาม แต่สำหรับผมเองนี่แฟนๆผลงานผมก็เป็นพวกที่ชอบสัตว์ประหลาด ไม่เป็นปัญหา ชอบเหมือนกัน ที่สุดแล้วผมก็คิดว่าผมสนใจกับทุกๆแนวงานนะ


Q-ศิลปินกับคำวิจารณ์

ในเรื่องของการฟังรับคำวิจารณ์และข้อคิดเห็นของผู้จ้างงาน(วงการภาพยนต์)ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ค่อนข้างใหม่ของผม ก่อนหน้านี้ผมก็ทำงานของตัวผมเอง(Model Kit) ออกแบบตัดสินใจเอง ถ้าใครไม่ชอบก็ไม่เป็นไร คนอื่นที่อาจจะชอบก็มี   

การทำงานร่วมกับผู้กำกับหรือกับอาร์ตไดเรคเตอร์ นั่นก็คนละเรื่องกันเลยจะทำอย่างก่อนไม่ได้ แต่ผมเองก็เคยทำงานที่ต้องติดต่อพบปะพูดคุยกับคนมาก่อน ก่อนหน้านี้ผมมีกิจการออกแบบเวปของตัวเองเป็นทั้งนักออกแบบ เป็นทั้งโปรแกรมเมอร์ ผมก็ต้องไปพบกับลูกค้า คุยถึงวิธีการที่ดีที่สุดในการทำ จากมุมมองของผม แต่กระนั้นก็ดี นั่นก็อาจจะไม่ใช่วิธีการหรือการแก้ปัญหาอย่างที่ลูกค้าต้องการ ใช่ไหม การคุยตกลงดีลกับลูกค้าก็เป็นสิ่งที่ผมคุ้นเคยมาตลอดสิบปีก่อนหน้านี้ แม้แต่ก่อนที่จะยึดอาชีพเป็นศิลปินเต็มตัว ผมรู้ตัวดีว่ากับผู้จ้าง เมื่อไหร่ที่ควรจะหยุดอีโก้ของตัวเอง เลิกดึงดันและหาทางทำงานอย่างไรให้มันเวิร์ค   เพราะที่สุดแล้ว เราก็รับเงินค่าจ้างเขาทำงาน งานนี้มันไม่ได้หมายถึงทำสิ่งที่เราอยาก แต่หมายถึงทำในสิ่งที่ลูกค้าต้องการและดีสมกับที่เขาจ้างมา ผมไม่มีปัญหากับเรื่องนี้




-การค้นหาแรงบันดาลใจ

แรงบันดาลใจของผมตลอดมาก็ได้แก่ งานระดับปรมจารย์ยุคเรเนซองค์ Michaelangelo, Bernini เรื่อยมาถึง Rodin.  Alfred Gilbert (Sculptor ชาวอังกฤษ 1854-1934)  เหล่านักสเปเชี่ยลเอฟเฟค  รุ่นใหม่ก็มี Brandon และ Jerry Shiftlett เพื่อนผมเอง เก่งมาก Carlos Huante, Jose Fernandez, Steve Wang, Jordu Schell รายชื่อยาวจนบอกไม่หมด
เมื่อสมัยก่อนผมก็ชอบงานของนักปั้นญี่ปุ่น Takeya และ Nirasawa

ผมพยายามที่จะหาแรงบันดาลใจในการสร้างงานมาจากทุกที่ เพราะวิธีการที่ดีที่สุดที่จะทำให้เป็นศิลปินที่เก่งขึ้นได้คือการเรียนรู้...จากทุกสิ่งทุกอย่าง  เพราะเราไม่มีทางรู้หรอก ว่าแรงบันดาลใจต่อไปมันจะเกิดมาจากไหน  อาจจะมาจากการดูท่าเต้นรำ อาจจะมาจากการฟังดนตรี

ผมคิดว่าที่สุดแล้ว งานศิลปะไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตาม มันมีส่วนเกี่ยวข้อง คาบเกี่ยวกัน   ทั้งหมดนี่มันก็เพื่อสื่ออารมณ์ของมนุษย์ออกมา สิ่งที่ผมทำอยู่นี่ก็คือการบอกเล่าเรื่องราว ผ่านออกมาทางการปั้นดิน  ผสมสร้างตัวละครออกมา  แต่ในที่สุดสิ่งที่ออกมามันมากกว่านั้น มันไม่ใช่แค่มองงานสร้างอลังการแล้วชื่นชมความพยายามทุ่มเทของศิลปินที่ใส่ไปในงานนั้น มันมีอะไรหลายอย่างที่ลึกกว่านั้น 

ยกตัวอย่างว่าผมดูคนตีกลอง ความรุ้สึกนั้น พลังงานหรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันส่งมาถึงผมสามารถนำมาถ่ายทอดลงในงานผมได้ นั่นละเมื่อผมมองดูงานของศิลปินคนอื่นๆ ผมก็พยายามดึงเอาสิ่งที่เขาใส่ลงไป มาใช้ในงานของผม


-มีคำแนะนำถึงศิลปินรุ่นใหม่ๆบ้างไหม

สำหรับใครที่เริ่มทำงานแบบนี้เป็นครั้งแรก อย่างแรกที่ผมอยากจะบอกคือ ให้เปิดใจ ในเรื่องของตีความในงานศิลปะ รุ่นเด็กๆหรือศิลปินรุ่นอายุน้อยๆที่ผมพบเจอ มักจะพยายามที่จะทำอะไรที่"เท่ๆเจ๋งๆ" พวกนี้มักจะใส่ใจมากเกินไปกับอะไรที่เป็นภายนอก รายละเอียด แต่ถ้าผมจะให้คำแนะนำอะไรได้ละก็คงเป็น เปิดใจกว้างๆ อย่าหยุดที่จะเรียนรู้ ทำงานของตัวเองให้ดีขึ้นเสมอๆและก็หาจุดสมดุลระหว่างความเป็นศิลปินและนักธุรกิจ คุณจะมีแค่อย่างใดอย่างหนึงไม่ได้ คุณอาจจะเป็นศิลปินที่เก่งโคตรเก่งที่สุดในโลกแต่ไม่มีใครรู้เลยว่าคุณมีตัวตนอยุ่ ไม่รู้จัก (เพราะไม่รู้จักประชาสัมพันธ์ตัวเอง ใช้สื่อไม่เป็น) นั่นก็ไม่มีค่าอะไร  หรือขายของเก่งมาก คุยเก่ง แต่ทำงานออกมาไม่เป็น ไม่ได้เรื่อง นั่นก็ไม่เวิร์คเหมือนกัน

เราอยู่ในวงอาชีพที่สองสิ่งนี้ต้องเป็นไปอย่างควบคู่กัน นอกจากฝึกฝนทำงาน สร้างงานให้เก่งขึ้นดีขึ้น  เราก็จะต้อง...ขอใช้คำพูดว่า เป็นนักขายที่เก่งด้วย จำไว้ว่าที่สุดทุกสิ่งก็ต้องมีการปฏิสัมพันธ์กับคน

สำหรับผู้ที่เริ่มเป็นครั้งแรกก็คือ แรกสุดก็ต้องทุ่มเทให้กับงานเพื่อให้ได้ผล เพื่อให้เป็นartistที่เก่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องหัดรู้จักที่จะดีลกับคน ดูด้วยว่าคนอื่นจัดการกับอย่างไร




-เป้าหมายเรื่องในอนาคต และความท้าทายใหม่ๆ

ผมอยากที่จะทำอะไรใหม่ๆที่แตกต่างเสมอ  ใหญ่ขึ้น ไม่ได้หมายถึงในแง่ของขนาดนะ ผมเองก็อยากทำไอ้ใหญ่ๆสูงสิบฟุต   ผมอยากทำอะไรที่ผมไม่เคยทำมาก่อน นั่นละคือสิ่งที่ชวนให้ผมสนใจ เพราะอายุงานของผม ตั้งแต่เริ่มจนถึงจุดนี้นี่มันก็ยังสั้นแค่นิดเดียว ผมไม่ได้มีงานในพอร์ทมากสักเท่าไหร่(ถึงจุดนี้เยอะเเล้วละน้า เล่นทำวันละชิ้นติดกัน20วัน สองปี) แต่ก็ยังมีอะไรอีกมากมายหลายอย่าง ที่ผมอยากจะทำ อยากจะลอง  ผมก็พยายามที่จะมำมันให้เสร็จคราวละเป็นชิ้นๆไป ลองคิดดูทุกครั้งที่ดูงานของ Michaelangelo, Bernini ผมก็ถามตัวเองเสมอว่า "ไอ้งานอย่างนี้เรายังไม่เคยลองเลยนะ น่าจะลองทำดู"   

แต่ก็นะ เราใช้ชีวิตกันอยู่ในยุคดิจิตอล อะไรๆก็ง่าย ก็อบปี้ ตัดแปะ ใช้เครื่องมือทำงานได้ง่ายและเสร็จเร็วขึ้นมาก ทำไมถึงจะไม่ลองเอาความรู้ เอาเครื่องมือสมัยใหม่นี่ผสมเข้ากับการทำงาน ความต้องการที่จะสร้างอะไรที่ยิ่งใหญ่ของบรมครูทางศิลปะสมัยก่อน มาใช้ร่วมกันและสร้างสรรสิ่งใหม่ๆขึ้นมา ใช้เครื่องมือเครื่องช่วยสารพัดพวกนี้ มาร่วมกับแรงบันดาลใจที่ได้มาจากสิ่งต่างๆ ทุกอย่าง  สร้างอะไรที่มันน่าตื่นเต้นน่าสนใจออกมา จะปั้นออกมาจากดิน หรือทำในคอมพิวเตอร์ นี่ละคือแนวความคิดที่ผลักดันให้ผมสร้างงานเสมอ 

ทุกวันผมตื่นขึ้นมา ออกมาทำงานที่สตูดิโอ ผมรู้สึกมีพลังเต็มเปี่ยมทุกวัน ไม่ใช่เพราะแค่วันนี้จะสร้างงานศิลปะ แต่"วันนี้ผมจะทำอะไรที่แตกต่าง วันนี้จะทำอะไรที่ไม่เคยลองทำมาก่อน
"

Facebook   https://www.facebook.com/simonleespiderzero
Website     http://www.bigbluetree.com

8


ร้องโวยวายไปงั้นเองละครับ5555 เห็นในInstagramของเขาไปเมื่อกลางวันแล้ว
Neil Blomkamp ผู้กำกับ District9 คอนเฟิร์มแล้วว่าจะกำกับAlienภาคใหม่ ผมงี้ตั้งตารอเลย เพราะผมชอบคนนี้มากในบรรดาผกก.หนังscifiรุ่นใหม่ District9นี่บรรดาเพื่อนๆในวงการออกแบบเองก็ถือว่าเป็นงานออกแบบที่ปึ้กที่สุดงานนึง ทัง้ตัวมนุษย์กุ้ง หุ่นยนต์ อาวุธและบรรยากาศของหนังที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวดี และที่สำคัญคือ Hick คงจะกลับมาอีกครั้งแบบหน้าแหกๆLOL

เราก็เตรียมปั้นเตรียมซื้อของสะสมที่คงทยอยออกมากันได้แน่นอน คงมีอะไรใหม่ๆให้ดูกันอีกเยอะ หวังว่าคงจะได้ดูการตีความซีรีย์นี้แบบแปลกใหม่จากผกก.คนนี้ครับ
"Game over, man! Game over!"


ริปเลย์ในชุดเกราะWorrior/Space Jockey Suit?



Hick ยังไม่ตาย!!!


Queen!


Engineer's Ship ถูกกู้กลับไปที่บริษัท Weyland-Yutani?




ไข่แบบใหม่?


งานนี้จบกันไม่สวยแน่นอน?

9
Project ZM03 / Project ZM03 "Japanese Gods and Monsters"
« on: January 28, 2015, 06:28:38 PM »
           สวัสดีครับพี่ๆน้องๆ ปีนี้ปีแรกของผมเลยทีเดียว มาตั้งกระทู้จองไว้ก่อน เป็นprojectที่ดีและน่าสนใจครับ อดไม่ได้ที่จะร่วมด้วย ถึงงานประจำและงานนอกจะยุ่งขิงมากจนไม่มีเวลามาreviewหนังสือตามที่สัญญาไว้ แต่จะพยายามทำprojectนี้ให้จบ

            หลังจากทางเวปประกาศหัวข้อมาก็คิดกันหัวแตกเลยทีเดียว เหมือนจะง่ายแค่ไม่ง่ายเลยนา ต้องหาอะไรที่มันตอบโจทย์เรื่องความเป็นArtและโหด และสวยงาม และมีความเป็นเอกลักษณ์ด้วย ไปๆมาๆในที่สุดก็บรรลุเมื่อตอนเช้านี้เอง ไหนๆก็ไหนๆทำมาหากินตั้งแต่เด็กยันโตด้วยการออกแบบสัตว์ประหลาดและก็ชอบทางสายศิลปะเอเชียตะวันออก ออกจะเคยทำการค้นคว้าเรื่อง mythology and folkloreในวิชารองมาแล้ว หนังสือภาพพิมพ์ไม้ญี่ปุ่นก็มี ก็ลงตัวว่าปีนี้หัวข้อผมก็จะทำ "เทพและปีศาจจากญี่ปุ่นในStyle Creature Core" นะครับ  เหตุผลคือ A) เป็นเรื่องที่รู้อยู่แล้ว มีความเข้าใจเป็นอย่างดี B)ข้อมูลเสริม reference มีหลากหลายมากมาย สามารถดึงมาจากหนัง เกม หนังสือได้ง่าย C)ความน่าสนใจ มีstoryช่วยให้ทำงานได้อารมณ์ขึ้นด้วย ออกแบบฐานก็ง่าย D) หัวข้อนี้คนชอบ นิยม เก็ท สังเกตได้เลยว่าที่ผ่านมาวาดซามูไร หรืออะไรทำนองนี้ feedback กลับมาล้นหลาม E) ประยุกต์ให้เป็นออริจินอลได้ง่าย ใส่ความเป็นตัวเองลงไปได้เยอะ F) ขายได้ ถ้าริจะขาย แต่คงไม่ถึงขนาดนั้น ดีไซน์ เรื่องและตัวละครพวกนี้ไม่มีใครถือลิขสิทธิ์อยู่แล้ว จะได้ไม่ต้องมาปวดหัวเรื่อง Unlicensed kit ในอนาคด(อย่างน้อยถ้าริจะขายในอเมริกา เรื่องนี้เรื่องใหญ่อยู่)

ตอนนี้พูดหัวข้อออกมาออกจะตีขลุมอยู่ เพราะหัวข้อกว้างมาก ตอนนี้มีที่สนใจอยุ่สามสี่อย่างครับ จะทำ มีที่เคยsketchไว้บ้าง ออกแบบไว้แล้วไม่ได้ไปทำอะไร อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง ยังไม่ฟันธงครับ


Revenge of Heikegani Samurai - ซามูไรหัวปู จากตำนานในหนังสือ Heike Monogatari ซามูไรตระกูลHeikeถูกสังหารล้างบางที่สมรภูมิหาด Dan-no-ura กลับมาเกิดเป็นปูที่มีกระดองเป็นหน้าคน ซึ่งยังพบเจอเฉพาะหาดนี้ ชาวประมงเห็นแปลกก็ขอหวย, เอ๊ย ไม่กล้ากินเพราะกลัวคำสาป


Fujin/Raijin เทพวายุ  เทพอัสนี ใครเกิดทันอ่านไยบะก็คงรู้จักดี


Nio-Guardians of the gates ก็น่าสนใจ


Onibaba -ปีศาตยายแก่ที่ดักกินคนเดินทาง อาจจะเปลี่ยนรูปแบบมาทำแนวCyber Punkชุดหนังอะไรทำนองนี้ก็ได้

คร่าวๆเท่านี้ก่อนครับ เดี๋ยวไม่เสร็จสักตัวก็จะขายหน้าห้าเบี้ย ผมกลับบ้านพักร้อนวันนี้กว่าจะกลับมาทำอีกทีคงหลังจากวันที่15 กพ.แต่ก็คงมีเวลาเขียนออกแบบให้ลงตัวกว่านี้ ขอบคุณที่มาแวะชมและทิ้งFeedbackนะครับ


10
Sculpture room / Bust Project อุ่นเครื่องรอ ZM3
« on: January 04, 2015, 06:46:08 AM »

"The Grey Elder" / Chavant NSP- Medium /4" Tall non-scale  / Work time: 3 days










"Generic Orc" Chavant NSP Medium / 4" tall, about 1/6 scale /Work time: 1 day









สวัสดีปีใหม่ครับ ขออนุญาตโชว์ห่วยประเดิมงานแรกของปีเลยแล้วกัน ช่วงนี้ปิดหลายวันเลยมีเวลาทำอะไรเร็วๆอย่าง Mini Bust บ้าง สูงรวมฐานประมาณ4นิ้วครับ  แบบออริจินอลจากที่Sketchทิ้งๆไว้
Orc นี่เริ่มทำเช้า จบงานกลางคืนพอดีในวันเดียว
The Grey Elder นี่planว่าจะทำการทดลองทำแม่พิมพ์ Silicone แล้วหล่อresin ชิ้นแรกครับ แต่พอมานั่งพิจารณารูปดีๆยังเจอข้อพลาดเยอะเหมือนกัน จะกลับไปแก้ก่อนแล้วจะมาUpdate ผลการหล่อในคราวต่อไป

11
Ref. & Links / Artbook Review No.03 Anatomy Sculpting by Hiroshi Katagiri
« on: November 19, 2014, 03:34:34 AM »


Artbook Review: No. 03

Anatomy Sculpting-Hiroshi Katagiri

สวัสดีกันอีกที พี่น้องชาวZM มาเรามารีวิวArtbookกันหลังจากที่หายไปกันสองเดือน ขออภัย เกิดติดภารกิจงานหลวงงานราชเข้ามาพร้อมกัน เพิ่งว่างมาวันนี้นี่เอง มารีวิวArtbookที่เพิ่งไปสอยมาเมื่อนานสักพักนึงละ ว่าจะเขียนต่อก็ลืมไปเลย

**รีวิวต่อไปนี้ความเห็นส่วนตัวล้วนๆเลยนะครับ อาจจะเห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้างไม่เป็นไร โปรดใช้วิจารณญาณของท่านในการซื้อหนังสือกันนะครับ หนังสือมันแพงง่ะ ซื้อมาไม่ชอบอย่าด่าผมนา***
หนังสือเล่มนี้เป็นกึ่งรวบรวมผลงานของคุณHiroshi Katagiri นักปั้นspecial effectชาวญี่ปุ่นผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการภาพยนต์อเมริกาที่ผมเคยเอางานจากเวปไซท์ของเขามานำเสนอในกระทู้ก่อนๆ หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือญี่ปุ่นครับจัดพิมพ์โดยสนพ.Graphicsha ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการจัดพิมพ์หนังสือศิลปะและหนังสือreferenceศิลปะของญี่ปุ่น เล่มนี้ไปเจอโดยบังเอิญในคิโน SFครับวางอยู่ด้านหลังในหมวดอ้างองก็กระโดดตะครุบสอยมาทันที

Mr. Katagiri เป็นนักปั้นเอฟฟเฟคมือฉมังที่ที่อยู่เบื้องหลังภาพยนต์ใหญ่ๆที่เรารู้จักกันดี Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides, X-Men Origins: Wolverine,Pacific Rim, Aliens vs. Predator: Requiem และ Cabin in the wood งานปั้นของเขาก็ครอบคลุมไปทั้งprostetic makeupไปยันCreature Puppetขนาดเท่าจริง

หนังสืออะไร ยังไง แบบไหน:

หนังสือเล่มนี้เป็นกึ่งartbookรวบรวมภาพผลงานครึ่งเล่มและTutorialสอนปั้นของเขาครึ่งเล่มครับ ภาษาญี่ปุ่นล้วนๆอ่านไม่ออกเช่นเคย สี่สีทั้งเล่ม ภาพเป็นส่วนใหญ่ของเล่ม พิมพ์ปกอ่อนขนาดเท่าแมกกาซีนญี่ปุ่นแบบที่เรียกว่าMook(Magazine+Book) ถือว่าไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป เปิดดูเป็นเรฟเฟอเรนท์ตอนปั้นง่าย

ในเล่มมีอะไรบ้าง:

ในเล่มนี้อย่างที่ว่าไปตอนต้นครับครึ่งเล่มแรกเป็นรวมผลงานการปั้น เริ่มด้วย-Portrait And Anatomy Sculpting-งานไฟนอลของtutorialในเล่มนี้คือหุ่นผู้ชายเต็มตัว หุ่นผู้หญิงแบบDynamic Pose, Bustผู้ชาย คนแก่และเด็ก จากนั้นมาก็จะเป็น-Film Work-โชว์ผลงานจากภาพยนต์ต่างๆทั้งหุ่นจากPacific Rim,สัตว์ประหลาดจากDon't Be Afraid Of The Dark, War Of The World, etc. ส่วนสามก็จะเป็นการแนะนำTools and Materials เครื่องไม้เครื่องมือแบบสั้นๆ การใช้เตาอบดิน การจัดพื้นที่ทำงาน(มีภาพ อ่านไม่ออก น้ำตาไหล) 
 ส่วนต่อมาก็เข้าส่วนของTutorialครับ  ตามชื่อหนังสือเลยคือ Anatomy Sculpting เป็นหนังสือที่เน้นปั้นอนาโตมี่จริงๆนะครับ ไม่ได้มีสัตว์ประหลาดอะไรพิศดาร เริ่มปั้นกันตังแต่ส่วน-Skull- หัวกระโหลก Face-ปั้นมัดกล้ามเนื้อบนใบหน้าและพื้นผิวรายละเอียด Male Body-ปั้นเต็มตัว เริ่มตั้งแต่ขึ้นโครงไปถึงมือแขนขาจนสำเร็จ Female Anatomyในบทต่อไปก็เช่นกัน ตั้งแต่ขึ้นโครงยันจบแต่จะเน้นไปในท่าโพสที่มีการเคลื่อนไหว โชว์การทำงานของสรีระกล้ามเนื้อมากกว่า 
An Old Man's Bust ตรงตามตัวเลยครับ Bustคนแก่ที่เน้นเรื่องการทำTextureและรอยย่นบนผิวหนัง  บทสุดท้าย A Child's Bust ก็ปั้นBustเด็กที่มีจุดสังเกตและข้อควรระวังในเรื่องสัดส่วนที่ต่างจากผู้ใหญ่

บทสรุป ความเห็นส่วนตัวและความน่าสอยของเล่มนี้:

สรุปแล้ว ถือเป็นหนังสือที่น่าสนใจครับ เหมาะสำหรับผู้เริ่มปั้นขั้นต้นและขั้นกลางจะมีประโยชน์มาก ยังไงปั้นAnatomyแม่นๆไว้ก่อนดีที่สุดนะครับ ก่อนที่จะไปดัดแปลงทำอะไรอื่นๆตามแนวความชอบ เข้าใจว่ามีคนไม่น้อยชอบฟิกเกอร์ญี่ปุ่นกันอยากจะปั้นแนวคิมูจิ๊กัน (โมเอะเหรอ? โทดๆแมวพิมพ์) แต่รู้สัดส่วนไว้ช่วยให้งานออกมาดีที่สุดทั้งงานวาด ทั้งดิจิตอล 3D 2D   
ข้อเสียของเล่มนี้อันดับหนึ่ง 'ภาษาญี่ปุ่น' อ่านไม่ออก จบเลย เสียดายว่าเขาคงเขียนถึงขั้นตอนและข้อสังเกตต่างๆไว้ ถึงรูปจะละเอียดพอสมควร ทำให้รู้สึกขาดทุนไปประมาณ30% ( จริงๆแล้วผมว่าจะเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่สามแล้วละอย่างน้อยให้อ่านออก ทำงานบริษัทญี่ปุ่นเรียนก็มีให้เรียนฟรี แต่ต้องเรียนภาษาญี่ปุ่นผ่านภาษาอังกฤษมันจะงงไหมหนอ...แต่ก็ดีกว่าอยู่เปล่าๆ)
อีกข้อนึงอย่างที่เห็นในรูปนะครับ เขายัดรูปมาละเอียดมาก บางหน้า7-8รูปก็มีทำให้บางรูปดูเล็กไปหน่อย ขนาดหนังสือมันก็เล็กกว่าArtbookปรกติอยู่แล้ว

แล้วแต่พิจารณาครับ ผมว่าก็โอเคสำหรับเล่มนี้ เรียกได้ว่าเป็นShowcase ตัวอย่างงานระดับที่ดี อาจจะไม่ใช้ฟิกเกอร์แบบSideshow แต่ถือเป็นการเปิดหูเปิดตาในแนวงานอื่นๆที่งานปั้นสามารถทำได้ ต่อไปเราอาจจะทำหนังไทยพันล้านที่มีสัตว์ประหลาดและสเปเชี่ยล เอฟเฟคที่ต้องระดมนักปั้นชาวไทยจากที่นี่ไปก็ได้(อะไรนะ ฝันไปเหรอ อ๋อ เค้าทำแต่หนังตลก ผี Feel good? โทษๆฝันไป) หนังสือเป็นภาษาญี่ปุ่นแต่หลายๆคนคงดูรูปอ้างอิงและมีความเข้าใจในการปั้นAnatomyเพิ่มขึ้นได้ไม่มากก็น้อย ราคามันก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อ ถูกกว่าหนังสือฝรั่งทั่วไปหน่อยถ้าซื้อที่เมืองไทย

ANATOMY SCULPTING(アナトミー・スカルプティング) 片桐裕司 造形テクニック (日本語) 大型本 – July 7, 2014
Price 2700 yen (about $27)
Publisher: グラフィック社 (July 7, 2014)
ISBN-10: 4766126785
ISBN-13: 978-4766126785
Release Date: July 7, 2014
Dimensions – 10.1 x 7.5 x 0.7 inches
Soft cover, 160 pages
Full color, in Japanese


จบกันสั้นๆง่ายแค่นี้นะครับ แล้วเรามารีวิวกันใหม่ ใครรู้อะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับเล่มนี้บอกเพิ่มได้ครับ มีคำถาม หรืออยากในรีวิวเล่มไหนบอกไว้ได้ครับ เจอกันใหม่ตามผมสะดวกนะครับ (ก็อบมาจากเมื่อคราวก่อน คราวหน้าใช้อีก)








































12
Ref. & Links / Mara3d anatomy reference app free for iPad & iPhone.
« on: October 03, 2014, 12:07:14 AM »


http://mara3d.com

สวัสดีครับ พี่ๆน้องๆผมไปเจอpplicationฟรีมา ตุณภาพไม่เลว พอใช้อ้างอิงคร่าวๆได้ในการปั้นAnatomy ชาย-หญิงครับ
ตัวที่ฟรีคือlite version มีโมเดลมาให้สองแบบชาย-หญิง ท่าfixยืนตรงเปลี่ยนท่าไม่ได้ครับ  แต่ใช้วิธีdragเปลี่ยนมุมกล้องดูได้360องศา  ปรับแสงได้ สามารถปรับเปลี่ยนดูเลเยอร์กล้ามเนื้อได้ เปลี่ยนตัวจากชายเป็นหญิงด้วยการdouble tap ที่iconมุมซ้ายล่าง ไม่ได้ถึงกับดี100%ซะทีเดียวบางกล้ามเนื้อดูไม่ถูกอยู่บ้างแแต่ถือว่าสะดวกดีครับที่อยู่บนไอแพด บนโทรศัพท์เราเอง
ตัวที่เป็นfacial Expressionผมไม่ได้โหลดมาเลยรีวิวไม่ได้   อีกตัวที่ฟรีคือMara Monsterที่เป็นModel สัตว์ประหลาด5ชนิด ที่มีสัดส่วนร่างกายต่างกันอันนี้ไม่มีเลเยอร์กล้ามเนื้อให้ดู แต่เปลี่ยนท่าจากยืนตรงเป็นท่าactionที่เค้าโพสมาให้แล้วได้   ก็น่าสนใจดีครับตอนนี้ไม่รู้จะใช้อะไร อาจจะช่วยเรื่องฝึกปั้นท่าโพสได้

ตัวที่ผมโหลดมาใช้แบบไม่ฟรี รู้สึกจะ $4.99 ชื่อ  L'Ecorche ตัวนี้ผมว่าใช้ได้ดีทีเดียว เพื่อนที่ทำ3Dที่ทำงานแนะนำ เป็นพี่หุ่นปูนกล้ามเนื้อตัวที่ยื่นแขนไปข้างหน้าที่เราวาดกันตอนปี1ละครับ โพสท่าไม่ได้  Drag/zoomได้  ข้อดีคือเลือกดูเป็นส่วนๆ full body, head ,torso,arm, legได้แขนขาสามารถtapให้mirrorไปเป็นอีกข้างฝั่งตรงข้ามได้   layerกล้ามเนื้อดูเป็นสีเขียว ฟ้า ชมพูแบบหนังสือแพทย์ อีกoptionคือดูเป็นกล้ามเนื้อแบบsimplified เกือบๆหุ่นเหลี่ยม และสุดท้ายเป็นดูโครงกระดูก

ผมว่ามันก็สะดวกดีนะไม่ต้องพลิกตำราหาหน้าที่ต้องการตลอดเวลา ถือเป็นเทคโนโลยีที่น่าจะช่วยนักปั้นได้พอสมควรทีเดียว  หวังว่าคงเป็นประโยชน์นะครับ

13
Sculpture room / Hellboy-Seed of Destruction---Finished
« on: September 30, 2014, 03:24:32 AM »



ลงสีด้วยPhotoshopนิดหน่อย

































อาาาา เสร็จแล้วครับทุกท่าน งานชิ้นแรก!!!! เป็นการเริ่มต้นงานอดิเรกใหม่ของผมที่รู้สึกได้ใช้เวลาได้อย่างมีประโยชน์ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันจริงๆ สนุกดีครับได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆเยอะ
ขอบคุณบอร์ดZMนี้ด้วยที่ช่วยให้มีเวทีใหม่ๆให้ได้มาลงสังเวียนกัน ขอบคุณทุกคอมเมนท์เเละทุกคนที่ช่วยติดตามกันมาตั้งแต่ต้นครับ ไม่มีพวกท่านงานนี้ก็ไม่เสร็จแน่นอน

14


http://monsterlegacy.wordpress.com

https://www.facebook.com/monsterlegacy426

http://monsterlegacy.wordpress.com/galleries/

ไปเจอมาเลยจัดมาฝากครับ
คุณพระคุณเจ้า ช่างเป็นเวปที่รวบรวมเบื้องหลังเบื้องลึกอย่างละเอียดอะไรขนาดนี้  :o
ทั้งบทความ in-depth ขั้นตอนการทำงานแบบต่างๆที่โคตรยาวอ่านกันไม่หวาดไม่ไหว และgalleryที่รวมทั้ง production sketchและภาพถ่ายที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นแหล่งรวมรวมข้อมูลชั้นดีมากๆสำหรับผู้สนใจครับ 
P.S.  มีภาพ จากภาพยนต์พรีเดเตอร์ภาคต่างๆไว้มากมายเหมาะมากในการใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง

15


สวัสดีพี่ๆน้องๆ   มีของเล่นมาแนะนำกันครับ เพิ่งไปเจอมาเมื่อสองสัปดาห์ก่อน โปรแกรม3Dจากผู้สร้างZBrushครับ เป็นฟรีโปรแกรมชื่อว่าSculptris
ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลยครับ เหมาะกับการขึ้นคอนเซปท์เร็วๆ หรือลองมือแก้อยากระหว่างที่ดินไม่ได้อยู่ใกล้มือ ง่ายพอที่จะให้คนไม่มีพื้นฐาน3Dเลยอย่างผมเข้าในได้จากการทดลองทำวันละเล็กวันละน้อยโดยไม่ต้องใช้ tutorial
ผมเองก็ยังไม่ได้ทดลองอะไรลึกครับเลยอาจจะยังไม่รู้อะไรมากมาย ไม่รู้ว่าในบอร์ดนี้มีโปร3D Artistมืออาชีพที่ให้คำแนะนำกว่านี้ได้หรือเปล่า ลองดูครับสนุกดีขึ้นเต็มตัวหรือโพสท่าอาจจะยากหน่อยแต่พบว่าเหมาะมากในการทำBust  ที่สำคัญ ฟรี ถูกกม.ครับ ใช้ได้ทั้งmacและpc แค่กรอกอีเมล์ลงทะเบียนก็ลงมาใช้ได้เลย

http://pixologic.com/sculptris/

ผมเองก็ไม่เคยใช้zbrushแต่พอเข้าใจว่าพื้นฐานมันน่าจะคล้ายในหลักการเดียวกัน แต่sculptrisคงทำอะไรๆได้น้อยกว่า  อย่างไรก็ดีมันเหมาะกับคนที่มีพื้นฐานในการวาดรูปมากเพราะมันเหมือนDrawไปบนทรงสามมิติและคงเหมาะมากสำหรับคนเคยปั้นมือมาก่อนเพราะการทำมือช่วยในการมองมิติรูปทรงมาก  ศิลปินดังอย่าteradaก็ใช้เล่นยามว่างครับ  เคยไปเห็นในtumblrของเขามา



ตัวอย่างงานหัวแรกที่ลองเครื่องมือครับ


งานที่ทำเล่นๆหลังเลิกงาน วันะ30-60นาที ใช่cintiq แบบเขียนลงจอโดยตรงครับ








Pages: [1] 2

SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal